ขึ้นชื่อว่า “ขนมขบเคี้ยว” ว่างก็กิน หิวก็กิน เหงาก็กิน ดูหนัง อ่านหนังสือ แม้กระทั่งเดินเล่น เราก็กิน เชื่อว่าพฤติกรรมแบบนี้ ทุกคนต้องเคยทำกันแน่นอน ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าขนมมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันกับเรามาก ถ้ามองถึงความสำคัญของขนมขบเคี้ยวแล้ว ดูจะมีความสำคัญน้อยเมื่อเทียบกับอาหารหลัก 3 มื้อ ขนมขบเคี้ยวอาจรับประทานเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ แต่ถึงแม้ขนมขบเขี้ยวจะเอาไว้ทานเล่นๆ แต่การเติบโตของตลาดไม่ใช่เล่นๆเลย ซึ่งในประเทศไทยมูลค่าการตลาดถึง 2.9 หมื่นล้านบาทกันเลยทีเดียว
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านคง อยากจะรู้ไม่มากก็น้อยว่า ขนมขบเคี้ยว หรือขนมทานเล่น มันมีที่มาที่ไป หรือส่วนประกอบยังไง กรรมผลิตแบบไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมกันมากก็จะได้รู้รายละเอียดเบื้องต้นจากบทความนี้ได้เลยค่ะ… :)
ประเภทขนมขบเคี้ยว
- ขนมประเภทพองกรอบ ผลิตภัณฑ์ในประเภทนี้จัดได้ว่ามีมากชนิดที่สุด และหลากหลาย รูปแบบ ทั้งแบบชิ้นรูปร่างต่างๆ แบบแผ่น แบบแท่ง รสหวาน รสเค็ม แม้กระทั่งแบบสอดไส้ บางชนิดอาจต้องนำไปทอดในน้ำมัน รวมทั้งข้าวเกรียบและมันฝรั่งทอด ก็เป็นที่นิยมมาก
- ขนมประเภทปลาเส้นและถั่วชนิดต่าง ๆ เป็นขนมขบเคี้ยวที่ยังคงรูปลักษณ์ของวัตถุดิบตั้งต้นอยู่มาก โดยเฉพาะพวกถั่ว ซึ่งอาจจะนำมาทอดหรือคั่ว อบ ผสมเกลือละเครื่องปรุงรส หรือ นำมาเคลือบ
- เยลลี่พร้อมบริโภค มีทั้งชนิดบรรจุถ้วยขนาดพอคำและถ้วยใหญ่ที่ต้องตักกิน ส่วนประกอบของเยลลี่จะเป็นพวกส่วนผสมที่สกัดมาจากพืชหรือสาหร่าย ส่วนผสมเหล่านี้มีคุณสมบัติในการเกิดเป็นวุ้น หรือเจลเมื่อผสมน้ำ และบางชนิดมีใส่น้ำตาลด้วย
- ลูกอมทั้งแบบอมและแบบเคี้ยว ชนิดที่เป็นลูกอมแบบเม็ดแข็งหรือแบบหนืดที่เคี้ยวได้ ส่วนประกอบหลักของลูกอมก็คือน้ำตาล ซึ่งส่วนมากจะมีอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
กรมอนามัยแบ่งผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้